ตม.แถลงจับหนุ่มไต้หวันหนีคดีโกงซื้อขายบิตคอยน์กว่า 200 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน

สตม. แถลงรวม 5 คดีโดยมีคดีสำคัญ ได้แก่ การจับกุมหนุ่มอังกฤษหนีคดียาเสพติดซุกวิลล่าหรูที่ภูเก็ต และจับหนุ่มไต้หวันหนีคดีโกงซื้อขายบิตคอยน์กว่า 200 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน และทลายแก๊งขนแรงงานต่างด้าว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ก.ค. 65 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมคดีอาชญากรรม 5 คดี โดยมีคดีที่น่าสนใจดังนี้

คดีแรกเป็นการจับกุม นายริเทช (สงวนนามสกุล) สัญชาติอังกฤษ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดของประเทศสหราชอาณาจักร โดยจับกุมได้ที่วิลล่าหรูแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต

พล.ต.ต.ธนิต เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากหน่วยงาน NCA (National Crime Agency) ประเทศสหราชอาณาจักร ได้ประสานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า นายริเทช ได้นำข้อมูลของผู้เสียหายชาวอังกฤษรายหนึ่งไปทำหนังสือเดินทาง เพื่อหลบหนีออกนอกประเทศจากคดียาเสพติด ทาง บก.สส.สตม. จึงสืบสวนจนทราบว่า นายริเทช ได้หลบซ่อนตัวอยู่ที่วิลล่าหรูในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จึงติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว จากการสอบสวน นายริเทชให้การรับสารภาพ จึงคุมตัวดำเนินการตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ ต่อไป ตรวจคนเข้าเมือง

คดีต่อมาเป็นการจับกุม นายจาง (สงวนนามสกุล) สัญชาติไต้หวัน ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และผู้ต้องหาตามหมายจับสำนักอัยการไทเป ที่ 4055 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2562 ข้อหา “ฉ้อโกง” โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยอาภาศิริ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

พล.ต.ต.ธนิต เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก กก.1 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าพบเห็นชายมีรูปพรรณคล้ายกับผู้ต้องหาของทางการไต้หวัน ซึ่งกระทำผิดฐานฉ้อโกงเงินซื้อขายบิตคอยน์ จึงทำการตรวจสอบจนพบว่า นายจาง เป็นบุคคลที่ทางการไต้หวันต้องการตัว จากคดีฉ้อโกงเงินซื้อขายบิตคอยน์ เป็นจำนวนกว่า 200 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน โดยพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ซอยอาภาศิริ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จึงทำการติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว พร้อมนำตัวส่ง บก.สส.สตม. ดำเนินคดีต่อไป

คดีสุดท้ายเป็นการจับกุมขบวนการพาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 109 รายในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อเนื่อง จ.สงขลา และ จ.นราธิวาส ทำการจับกุมผู้ต้องหา 19 ราย ตรวจยึดยานพาหนะ 13 คัน และโทรศัพท์มือถือ 28 เครื่อง

พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุพบศพ นายหมัดดล บินสัน อายุ 40 ปี ลูกจ้างบริษัทรับเหมางานก่อสร้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เสียชีวิตบริเวณป่าละเมาะใกล้สนามกอล์ฟในพื้นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งพักพิงแรงงานต่างด้าวที่จะลักลอบเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9, กองกำกับการสืบสวน จ.สงขลา ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา และชุดสืบสวน ตม.6 จึงสืบหาตัวคนร้ายจนสามารถจับกุมชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง 109 คน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมดังกล่าว ได้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งไม่ไกลจากจุดพบศพ

นอกจากนี้ จากการขยายผลยังพบว่าชาวเมียนมาทั้งหมด เดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจ่ายเงินให้นายหน้ารายละประมาณ 50,000-60,000 บาท จากนั้นจะมาพักรวมไว้ ก่อนออกจากประเทศผ่านช่องทาง จ.นราธิวาส ภายหลังจับกุม ขบวนการดังกล่าวได้หยุดการเคลื่อนไหวประมาณ 3 สัปดาห์

จากนั้นจึงดำเนินการอีกครั้ง จนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมกลุ่มผู้ให้การช่วยเหลือคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองได้แล้วรวม 19 ราย พร้อมทั้งตรวจยึดยานพาหนะ 13 คัน โทรศัพท์มือถือ 28 เครื่อง โดยคดีดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 33 ราย มีเงินและหมุนเวียนประมาณ 14,000,000 บาท

นอกจากนี้ ทาง สตม. ยังได้จับกุม นายโมฮาน (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี สัญชาติอินเดีย จากการเปลี่ยนชื่อและวันเดือนปีเกิด และขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่เพื่อหลบเลี่ยง Blacklist ในการเดินทางเข้ามายังประเทศไทย เนื่องจากทนคิดถึงภรรยาชาวไทยไม่ไหว โดยจับกุมได้ในพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง และจับกุมชายชาวอิหร่าน 2 ราย จากการตระเวนก่อเหตุหลอกแลกเงินได้ที่ตลาดท่าใหม่ จ.จันทบุรี ก่อนแจ้งข้อหา”ร่วมกันฉ้อโกง”.